Weerapan's profileJacobPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
JacobJacob Intelligent Agency June 30 UEFA EURO 2008 Finishedในที่สุดก็จบลงแล้ว สำหรับ EURO 2008 จากตอนแรกที่ตั้งใจจะทำสรุปแค่เฉพาะบางคู่ แต่ไปๆมาๆ ก็ทำมันครบทุกคู่เลย หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้านะ คู่ที่31 Germany - Spainคู่ที่31 Final – 29 June 2008 20:45(CET) German 0 – 1 Spain Scorer: Torres (33’) Stadium: Ernst Happel Stadium, Wien (Vienna), Austria Capacity: 53,008 Temperature: 27° C Humidity: 44% Pitch: Dry Weather: Sunny Referee: Roberto Rosetti (Italy) Assistant Referee: Alessandro Griselli, Paolo Calcagno Forth Official: Peter Fröjdfeldt (Sweden) Line-Up: GERMANY Coach: Joachim Löw (Germany) Players: GK – Jens Lehmann 1 DF – Arne Friedrich 3, Philipp Lahm 16, Per Mertesacker 17, Christoph Metzelder 21 MF –Bastian Schweisteiger 7, Torsten Frings 8, Michael Ballack (C) 13, Thomas Hitzlsperger 15 FW –Miroslav Klose 11, Lukas Podolski 20 Substitutes: GK – Robert Enke 12, Rene Adler 23 DF – Marcell Jansen 2, Clemens Fritz 4, Heiko Westermann 5 MF – Simon Rolfes 6, Piotr Trochowski 14, Tim Borowski 18 FW – Mario Gomez 9, Oliver Neuville 10, David Odonkor 19, Kevin Kuranyi 22 SPAIN Coach: Luis Aragonés Suárez (Spain) Players: GK – Iker Casillas (C) 1 DF – Carlos Marchena 4, Carles Puyol 5, Joan Capdevila 11, Sergio Ramos 15 MF – Andreas Iniesta 6, Xavi Hernandez 8, Cesc Fabregas 10, Marcos Senna 19, David Silva 21 FW - Fernando Torres 9 Substitutes: GK – Andreas Palop 13, Jose Reina 23 DF – Raul Albiol 2, Fernando Naverro 3, Alvaro Arbeloa 18, Juanito 20 MF –Santi Cazorla 12, Xabi Alonso 14, Ruben de la Red 22 FW - David Villa 7, Sergio Garcia 16, Daniel Guiza 17
ในที่สุดก็มาถึง สำหรับเกมสุดท้ายของยูโร 2008 ครั้งนี้ เยอรมันทีมเต็งแชมป์ตอนเริ่มการแข่งขันที่เกือบจะตกรอบแต่ก็ยังเอาชนะผ่านมาได้จนถึงรอบชิงชนะเลิศ และสเปนที่เป็นทีมที่ถูกเก็งว่าปีนี้น่าจะทำผลงานได้ดีเพราะมีผู้เล่นที่ลงตัว วันนี้ กษัตริย์ Juan Carlos ที่ 1 แห่งสเปน และ ราชินี Sofía แห่งสเปน ทรงเสด็จมาทอดพระเนตรการแข่งขันด้วย นายกรัฐมนตรี José Luis Rodríguez Zapatero ของสเปนก็มาชมด้วย ประธานาธิบดีของเยอรมัน Horst Köhler และนายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมัน Angela Merkel ก็ได้มาชมการแข่งขันเช่นกัน สเปนที่ห่างจากตำแหน่งแชมป์รายการนี้มา 44 ปี กับ เยอรมัน ที่ได้แชมป์ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1996 ใครจะสมหวัง และใครจะผิดหวัง 90 นาทีต่อไปนี้ จะได้รู้กัน เริ่มเกม ทั้งสองฝ่ายก็เปิดเกมเข้าใส่กันอย่างรวดเร็ว โดยเยอรมันเป็นฝ่ายได้บุกกดดันสเปนก่อน ทำให้สเปนต้องถอยร่นไปตั้งรับในเขตแดนตัวเอง และอาศัยจังหวะสวนกลับเป็นระยะ นาทีที่ 4 Klose กระชากบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษแต่แตะบอลไกลไปทำให้ออกหลัง นาทีที่ 7 สเปนได้สวนกลับ แต่ Capdevilla ก็ไปล้ำหน้าเสียก่อน นาทีที่ 8 Ballack ล็อกบอลหนี Puyol เข้าไปเปิดในกรอบเขตโทษไปหน้าประตูแต่ไม่มีตัวชาร์จ นาทีที่ 9 Klose กระชากบอลเข้ากรอบเขตโทษแทงต่อให้ Hitzlsperger สับไกยิงแต่เบามาก ทำให้ไหลไปเข้าซอง Casillas รับได้สบาย เยอรมันยังคงทำเกมบุกอย่างต่อเนื่อง สเปนก็ยังคงต้องถอนร่นรับต่อไป นาทีที่ 14 Iniesta ได้บอลที่มุมกรอบเขตโทษ เปิดตัดเข้าในไปแฉลบ Metzelder ลูกพุ่งไปทางเสาแรก Lehmann พุ่ง ตัวปัดออกข้างเสาไปเพียงนิดเดียว นาทีที่ 16 Frings ไปทำฟาวล์ Iniesta สเปนได้ฟรีคิกกลางสนามระบะประมาณ 40 หลา Hernandez ยิงโค้งไปที่โคนเสาขวาแต่ก็เข้าซอง Lehmann นาทีที่ 20 Metzelder ไปทำฟาวล์ Torres ที่ริมเส้นกราบขวา Hernandez เปิดมาหน้าประตู Torres โหม่งสบัดข้ามมุมสามเหลี่ยมเสาไกลออกหลังไป นาทีที่ 23 Ramos ได้บอลริมเส้นข้างกรอบเขตโทษด้านขวา โยนไปที่เสาไกล Torres โหม่งกดไปที่โคนเสาซ้ายไปชนเสาเด้งออกมา Mertesacker เคลียร์ออกมาเข้าเท้า Capdevilla สับไกยิงออกข้างเสาขวาไปเพียงนิดเดียว นาทีที่ 25 จังหวะชุลมุนหน้าประตูสเปน Ballack ได้วอลเลย์แต่ก็ติดบล็อก Ramos นาทีที่ 26 สเปนทำเกมสวนกลับ Capdevilla กระชากบอลไปถึงเส้นหลังแล้วเปิดตัดเข้าในแต่ Lehmann ก็ตะครุบไว้ได้ก่อน เยอรมันยังคงทำเกมบุกอย่างต่อเนื่อง สเปนก็พยายามสกัดแล้วต่อบอลไปมาในเขตแดนของตัวเอง นาทีที่ 29 Capdevilla ทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษแต่ผู้ตัดสินไม่ให้ฟาวล์ นาทีที่ 31 Fabregas ยิงหน้ากรอบเขตโทษเลียดไปที่โคนเสาขวา แต่ Lehmann ก็ยังล้มตัวรับไว้ได้ นาทีที่ 33 Hernandez แทงบอลทะลุจากกลางสนามให้ Torres วิ่งเบียด Lahm ไปจะเข้ากรอบเขตโทษ Lehmann วิ่งออกจากตำแหน่งมากดดันเกือบถึงเส้นกรอบเขตโทษ Lehmann ล้มตัวขวางจะรับบอลแต่ Torres ชิพข้ามตัว Lehmann ไปทางเสาซ้าย บอลหมุนไหลเข้าประตูไปแบบนิ่มๆ Lehmann กับ Lahm ได้แต่มองตาม สเปนขึ้นนำ 1 – 0 นาทีที่ 35 Iniesta ส่งบอลให้ Silva ซัดโล่งๆแต่ข้ามคานออกไป นาทีที่ 37 Silva ไปทำฟาวล์ Schweinsteiger ได้ฟรีคิกที่ริมเส้นซ้ายระยะ 38 เมตร Schweinsteiger ลุกขึ้นมาเปิดไปทางเสาไกลออกข้างเสาไป นาทีที่ 39 Silva จับบอลในกรอบเขตโทษแต่บอลแรงเลยออกหลังไป นาทีที่ 40 Capdevilla ผลัก Schweinsteiger ได้ฟาวล์ Hitzlsperger เปิดเข้าไปที่เสาแรก Senna โหม่งสกัดออกหลังไปได้ นาทีที่ 43 Ballack ไปทำฟาวล์ Fabregas แล้วเกิดจังหวะไม่พอใจกัน Casillas วิ่งเข้ามาเคลียร์เลยโดนใบเหลืองไปทั้ง Ballack และ Casillas นาทีที่ 45 Iniesta ได้บอลในกรอบเขตโทษโล่งๆ มีมุมยิงแต่กลับเลือกที่จะดึงบอลไว้แล้วล็อกหนีตัวประกบเปิดไปก็ติดบล็อกออกหลัง ทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาที ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จบครึ่งแรก สเปนนำอยู่ 1 – 0 คู่ที่31 Continue
ครึ่งหลังเยอรมันเปลี่ยนตัวเอา Lahm ที่เล่นได้ดีมาทุกนัด แต่นัดนี้ทำเกมทะลุแนวรับของสเปนไม่ขึ้นออกส่ง Jansen มาทำหน้าที่แทน เยอรมันยังคงทำเกมบุกอย่างต่อเนื่องเพื่อตีเสมอให้ได้ นาทีที่ 50 Puyol โดนผลักล้มลงไปหน้ากรอบเขตโทษแต่ไม่ได้ฟาวล์ นาทีที่ 51 Klose โดน Marchena เตะเข้าไปที่เขตปลอดอาวุธ เล่นเอาล้มลงไปนอนจุกอยู่นานสองนาน นาทีที่ 53 Torres ได้บอลในมุมกรอบเขตโทษแต่ไม่มีมุมยิงเลยส่งกลับหลังมาให้ Hernandez ยิงไปที่เสาซ้าย Lehmann พุ่งปัดปลายมือออกหลังไป นาทีที่ 54 เตะมุมของสเปน Hernandez เปิดมาหน้าประตู เลยไปหมดถึงเสาไกล Silva ยืนอยู่คนเดียวไร้การประกบ จับลงแล้วสับไกยิงไปที่เสาซ้าย Ramos อยู่ในทางบอลจะไขว้ตอกส้นแต่พลาด บอลเลยออกหลังข้างเสาไกลไป สเปนเริ่มเป็นฝ่ายที่ครองบอลได้มากกว่าและก็ได้บุกกดดันเยอรมันบ้าง นาทีที่ 55 Torres ได้หลุดเข้าไปวิ่งเบียดกับ Mertesacker ลักษณะเหมือนกับลูกแรกที่ได้ประตู แต่ครั้งนี้ Torres แตะบอลห่างตัวเกินไปทำให้ Lehmann วิ่งออกมาตะครุบไว้ได้ไม่โดนชิพข้ามตัวไปอีก นาทีที่ 58 เยอรมันเปลี่ยนตัวคนที่ 2 เอา Hitzlsperger ออกส่ง Kuranyi ลงมาแทน นาทีที่ 59 Silva แทงทะลุให้ Ramos วิ่งเลียดเส้นข้างกรอบเขตโทษแล้วสับไกไปเสาไกลแต่ก็เลยออกข้างเสาไป นาทีที่ 60 Jansen เปิดจากมุมธงมาให้ Schweinsteiger หน้าประตูชิ่งมาให้ Ballack หวดไปแฉลบ Marchena ออกข้างเสาไปเพียงนิดเดียว นาทีที่ 60 Schweinsteiger แทงทะลุให้ Kuranyi หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษแต่ก็ล้ำหน้าไปเสียก่อน นาทีที่ 61 Ballack โยนบอลจากริมเส้นไปที่เสาไกลให้ Kuranyi ขึ้นโหม่งแต่ Casillas กระโดดมาปัดก่อนถึงหัว Kuranyi ออกมาได้ นาทีที่ 62 Schweinsteiger เปิดจากริมเส้นขวาไปจะให้ Klose ชาร์จหน้าเสาไกลแต่ไม่ทัน เลยออกเสาไกลไป นาทีที่ 63 Klose แทงบอลให้ Schweinsteiger กระชากไปถึงมุมกรอบเขตโทษแล้วสับไกยิงไปเสาซ้าย แต่ไปติดเข่า Klose ที่วิ่งขึ้นมากลางกรอบเขตโทษแฉลบออกข้างเสาขวาไป นาทีที่ 63 สเปนเปลี่ยนตัวเอา Fabregas ออกส่ง Xabi Alonso ลงมาแทน นาทีที่ 64 Silva กับ Podolski มีเรื่องไม่พอใจกัน แล้วเอาหัวมาโขกกัน ทำให้ได้ฟาวล์ นาทีที่ 66 สเปนเปลี่ยนตัวคนที่ 2 เอา Silva ออกส่ง Santi Cazorla เข้ามาแทน นาทีที่ 67 ฟรีคิกของสเปนเปิดมาเสาไกล Ramos โหม่งจ่อๆแต่ Lehmann ยังเหนียวปัดออกหลังไปได้ นาทีที่ 68 Hernandez เปิดเตะมุมเล่นสั้นมาให้ Iniesta ยิงจากมุมกรอบเขตโทษไปที่โคนเสาแรก แต่ Frings ที่ยืนอยู่ที่เสาเอาเข่าสกัดออกหลังไปได้ นาทีที่ 68 Iniesta ได้ยิงจ่อๆอีกครั้ง แต่ก็ยังโดน Lehmann ปัดเซฟไว้ได้ นาทีที่ 70 Ramos ไปขวางทาง Jansen ไม่ให้แทงบอลอ้อมตัวไป เยอรมันได้ฟาวล์ที่นอกมุมกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย Frings โยนไปเสาไกล Casillas ทุบออกมาได้ ทั้งสองฝ่ายยังคงขับเคี่ยวกันอย่างสนุก นาทีที่ 74 Torres กระโดดโหม่งบอล Mertesacker เข้ามาเบียดโหม่งด้านหลัง Torres โหม่งสะบัดหัวไปโดนหน้า Mertesacker ที่สูงกว่าและก้มหัวโหม่งทำให้ Mertesacker ล้มลงไปนอน Torres ได้ใบเหลืองจากผู้ตัดสินไปแบบงงๆ นาทีที่ 76 Torres กระชากบอลจะหลุดเดี่ยว แต่แตะบอลไกลตัวไปเลยไปเข้ามือ Lehmann นาทีที่ 77 Torres ได้บอลกระชากไปถึงเส้นหลัง จะเปิดเข้ามาก็โดน Ballack บล็อกไว้กระเด้งกลับมาเข้าเท้า เปิดไปอีกครั้งก็ยังติดเท้า Ballack เด้งออกหลังไป นาทีที่ 78 สเปนเปลี่ยนตัวคนสุดท้ายเอา Torres ออกส่ง Guiza ลงมาแทน นาทีที่ 79 สเปนโยนบอลจากกลางสนามไปหน้ากรอบเขตโทษเยอรมัน Guiza เพิ่งลงมาวิ่งเข้าไปจะชาร์จ Lehmann วิ่งออกมานอกเส้นกรอบเขตโทษบอลไปโดนแขนขณะพักบอลแล้วโยนเคลียร์กลับไปกลางสนาม ผู้ตัดสินไม่เห็น จึงไม่ได้ฟาวล์แฮนบอล นาทีที่ 79 เยอรมันเปลี่ยนตัวเอา Klose ออกส่ง Gomez ลงมาแทน นาทีที่ 80 Capdevilla ลากไปเปิดไปที่หน้าประตูแต่ก็โดน Lehmann เซฟไว้ นาทีที่ 81 Cazorla เปิดจากเส้นกรอบเขตโทษด้านขวาไปที่เสาไกล Guiza โหม่งตั้งกลับมาให้ Senna ชาร์จที่เสาแรกโล่งๆแต่ไม่ทัน บอลเลยออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 83 Metzelder ไปข่วนหน้า Guiza ขณะเบียดแย่งบอล ทำให้ฟาวล์ที่ริมเส้นกราบขวา Hernandez โยนไปที่หัวกระโหลกกรอบเขตโทษเข้าเท้า Alonso สับไกยิงแต่ก็ติดบล็อกแนวรับเยอรมัน นาทีที่ 84 เตะมุมของสเปน Hernandez เล่นสั้นให้ Cazorla ชิ่งกลับมา Hernandez โยนไปที่หัวกระโหลกกรอบเขตโทษเข้าเท้า Senna แต่ก็โดนทำฟาวล์ล้มลงไป นาทีที่ 86 ฟรีคิก Hernandez สับไกยิงข้ามคานออกไป นาทีที่ 88 Kuranyi สไลด์เปิดปุ่มไปที่ข้อเท้า Senna ได้รับใบเหลืองไป นาทีที่ 90 Gomez ไปกระแทก Capdevilla ล้มลงไปในกรอบเขตโทษ เกือบจะมีเรื่องกันนอกเกม แต่ก็ยังแยกออกมาเคลียร์ได้ ไม่มีใครได้ใบเหลือง ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที เยอรมันยังคงพยายามบุกเพื่อจะตีเสมอไปตัดสินกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษให้ได้ นาทีที่ 90+2 Cazorla แทงต่อให้ Hernandez ชิ่งให้ Alonso ทะลุเข้าผ่านแนวรับเยอรมันไปแต่ก็แรงเกินออกหลังไป แล้วสัญญาณนกหวีดจบการแข่งขันก็ดังขึ้น สเปนเป็นแชมป์ยุโรปในรอบ 44 ปีได้สำเร็จส่วนเยอรมันก็เป็นรองแชมป์ไปอีกครั้ง โดยเป็นรองแชมป์อีกรายการในปีนี้ของ Ballack Match Statistics Germany Spain Goals 0 1 Total Shots 4 13 Shots Wide 2 5 Shots on Target 1 7 Blocked Shots 1 1 Fouls Commited 22 19 Yellow Card 2 2 Red Card 0 0 Off Sides 5 4 Corners 4 7 Ball Possestion (%) 52 48 Distance Covered (Km) 100.35 99.94
June 27 คู่ที่30 Russia - Spainคู่ที่30 Semi-Finals – 26 June 2008 20:45(CET) Russia 0 – 3 Spain Scorer: Xavi Hernandez (50’), Guiza (73’), Silva (82’) Stadium: Ernst Happel Stadium, Wien (Vienna), Austria Capacity: 53,008 Temperature: 23° C Humidity: 83% Pitch: Wet Weather: Cloudy Referee: Frank De Bleeckere (Belgium) Assistant Referee: Peter Hermans, Alex Verstraeten Forth Official: Kyros Vassaras (Greece) Line-Up: RUSSIA Coach: Guss Hiddink (Netherlands) Players: GK – Igor Akinfeev 1 DF – Vasili Berezutski 2, Sergei Ignashevich 4, Yuri Zhirkov18, Aleksandr Anyukov 22 MF – Ivan Saenko 9, Sergei Semak (C) 11, Konstantin Zyryanov 17, Igor Semshov 20 FW –Andrei Arshavin 10, Roman Pavlyuchenko 19 Substitutes: GK – Vladimir Gabulov 12, Vyacheslav Malafeev 16 DF – Aleksei Berezutski 5, Denis Kolodin 8, Roman Shirokov 14 MF – Renat Yanbaev 3, Dmitri Torbinski 7, Oleg Ivanov 13, Diniyar Bilyaletdinov 15, Vladimir Bystrov 23 FW – Roman Adamov 6, Dmitri Sychev 21 SPAIN Coach: Luis Aragonés Suárez (Spain) Players: GK – Iker Casillas (C) 1 DF – Carlos Marchena 4, Carles Puyol 5, Joan Capdevila 11, Sergio Ramos 15 MF – Andreas Iniesta 6, Xavi Hernandez 8, Marcos Senna 19, David Silva 21 FW - David Villa 7, Fernando Torres 9 Substitutes: GK – Andreas Palop 13, Jose Reina 23 DF – Raul Albiol 2, Fernando Naverro 3, Alvaro Arbeloa 18, Juanito 20 MF – Cesc Fabregas 10, Santi Cazorla 12, Xabi Alonso 14, Ruben de la Red 22 FW - Sergio Garcia 16, Daniel Guiza 17 รอบรองชนะเลิศคู่ที่ 2 ทีมม้ามืดอย่างรัสเซีย ที่ผ่านทีมยากๆมาได้หมด เจอกับสเปนที่มีเต็งแชมป์อยู่เหมือนกัน ทั้งสองทีมอยู่กลุ่ม D เหมือนกันและเจอกันในนัดแรก รัสเซียแพ้สเปนมา 1 – 4 แต่ก็สามารถที่จะเอาชนะทีมร่วมสายอย่าง กรีซ และ สวีเดน จนผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมได้ และก็พลิกล็อกเอาชนะฮอลแลนด์มาได้แบบช็อคโลก ครั้งนี้พวกเขาจะเล่นได้ดีเพียงใด ต้องคอยชม ทั้งสองทีมส่งผู้เล่นตัวจริงที่ดีที่สุดลงสนาม เจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งสเปนได้เสด็จมาทอดพระเนตรการแข่งขันนัดนี้ด้วย เริ่มเกม ทั้งสองทีมก็บุกเข้าใส่กันทันที โดยสเปนเป็นฝ่ายหลุดไปถึงหน้าประตูรัสเซียได้ก่อน แต่ยังหาโอกาสยิงไม่ได้ นาทีที่ 5 Hernandez เปิดเตะมุมมากลางกรอบเขตโทษ Ramos จะกระโดดจักรยานอากาศแต่ลื่นไป นาทีที่ 5 Villa เปิดจากกราบขวามาหน้าประตู Ramos พุ่งจะตอร์ปิโดบก แต่ไม่ทัน ลูกเลยออกหลังไป นาทีที่ 6 Villa จับบอลที่มุมกรอบเขตโทษแล้วแทงเข้าไปหน้าประตูให้ Torres หมุนตัวหลบกองหลังรัสเซียแล้วสับไกยิง แต่ตรงตัว Akinfeev รับไว้ได้สบาย นาทีที่ 7 Hernandez สับไกยิงนอกกรอบแต่ก็ข้ามคานไปไกล ฝนที่ตั้งเค้าก่อนเริ่มเกม โปรยปรายลงมาทำให้สนามค่อนขางลื่น นาทีที่ 10 Saenko พาบอลขึ้นมาทางกราบขวาเปิดมาหน้าประตู แต่ก็เข้ามือ Casillas นาทีที่ 11 Villa สับไกยิงจากนอกกรอบเขตโทษไปที่โคนเสาซ้าย Akinfeev พุ่งตัวล้มไปปัดออกมาได้อย่างหวุดหวิด นาทีที่ 12 Iniesta ลองยิงไกลบ้าง แต่ก็ติดบล็อก นาทีที่ 13 Senna จอมเท้าหนักยิงไกลอีกคน แต่ก็ไม่ตรงกรอบ นาทีที่ 15 Torres เบียดกับ Ignashevich ล้มลงไปในกรอบเขตโทษทั้งคู่ แต่ไม่ได้ฟาวล์ นาทีที่ 16 Puyol ไปทำฟาวล์ Arshavin ล้มลงไปได้ฟรีคิกระยะ 25 เมตร Pavlyuchenko สับไกยิงข้ามคานไปเพียงนิดเดียว ทั้งสองทีมยังคงทำเกมบุกใส่กันอย่างเข้มข้น โดยเกมส่วนใหญ่จะอยู่ที่กลางสนาม กองกลางของทั้งสองทีมสามารถสกัดการบุกของอีกฝ่ายได้อย่างดี ทำให้ไม่มีจังหวะทำประตู นาทีที่ 20 Arshavin กองหน้าตัวจัดของรัสเซีย เพิ่งได้มีโอกาสยิงเป็นครั้งแรกของเกม จากมุมกรอบเขตโทษ แต่ก็ยังโดนบล็อกไว้ นาทีที่ 23 Zyryanov เปิดเตะมุมเลียดมาให้ Zhirkov ที่ริมกรอบเขตโทษแล้วสับไกยิงแต่ก็ติดบล็อกออกไป นาทีที่ 24 Ramos ทำชิ่งแล้วยิงจากมุมกรอบเขตโทษด้านขวา บอลพุ่งเข้าซอง Akinfeev นาทีที่ 27 Iniesta จับบอลลงในกรอบเขตโทษแล้วหมุนตัวยิงแต่วืดไปอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 28 Zyryanov ไปสไลด์ Silva ล้มลงไปแต่ไม่ได้ใบเหลือง ฟรีคิกระยะ 28 เมตร Villa ยิงไปตรงตัว Akinfeev ที่กลางประตู นาทีที่ 31 Pavlyuchenko สับไกยิงจากหน้ากรอบเขตโทษลูกพุ่งไปที่เสาขวา Casillas พุ่งไปปัดปลายนิ้วออกข้างเสาไป นาทีที่ 34 Villa เกิดอาการบาดเจ็บที่ขาซ้ายจากตอนที่ยิงฟรีคิกเมื่อนาทีที่ 28 เล่นต่อไม่ไหวถูกเปลี่ยนตัวออกส่ง Fabregas ลงมาแทน จังหวะนี้จะส่งผลต่อรูปเกมของสเปนหรือไม่ นาทีที่ 35 Pavlyuchenko จับบอลลงในกรอบเขตโทษแล้วสับไกยิง ลูกออกข้างเสาไปนิดเดียว นาทีที่ 36 Anyukov เปิดจากริมเส้นขวามาให้ Pavlyuchenko โหม่งไปทางเสาขวาแต่ก็โดนไม่ดีออกหลังไป นาทีที่ 37 Ramos สับไกยิงจากมุมกรอบเขตโทษแต่ก็ออกข้างเสาไป นาทีที่ 39 Torres จับบอลลงเกือบถึงเส้นหลังแล้วล็อกเข้าเท้าซ้ายยิงแต่เบาไปเข้ามือ Akinfeev รับได้สบาย ทั้งสองฝ่ายยังคงบุกเข้าใส่กันอย่างต่อเนื่อง และเกมกลางสนามก็กินกันไม่ลง ทำให้ไม่มีโอกาสเข้าไปยิงประตู นาทีที่ 45 Capdevilla เปิดฟรีคิกไปที่หน้าปากประตูแต่ก็เข้ามือ Akinfeev นาทีที่ 45+1 Arshavin กับ Puyol กระโดดแย่งโหม่งบอลแล้วหัวโขกใส่กัน บาดเจ็บกันเล็กน้อยเล่นต่อได้ จบครึ่งแรก ทั้งสองฝ่ายยังคงเหนียวแน่น เสมอกัน 0 – 0 คู่ที่30 Continueครึ่งหลังฝนยังคงเทลงมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มมาทั้งสองฝ่ายก็ยังทำเกมบุกเข้าใส่กัน นาทีที่ 50 Ramos จ่ายบอลมาให้ Iniesta กระชากหนีกองหลังรัสเซียแล้วเปิดเลียดไปหน้าประตูให้ Hernandez ที่ไร้ตัวประกบชาร์จโล่งๆสวน Akinfeev เข้าไปตุงตาข่าย สเปนขึ้นนำไปก่อน 1 – 0 นาทีที่ 52 Silva ล็อกหลบกองหลังรัสเซียส่งต่อให้ Hernandez แทงทะลุช่องมาให้ Torres หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษดวลกับ Akinfeev แต่แทนที่จะยิงมุมแคบ Torres กลับเลือกที่จะยิงไปที่มุมสามเหลี่ยมเสาไกล ทำให้บอลข้ามคานออกไป นาทีที่ 55 Ramos หกล้มมือไปโดนบอลในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร นาทีที่ 56 รัสเซียเริ่มขยับตัวแก้เกมเอา Semshov ออกส่ง Bilyaletdinov ลงมาแทน นาทีที่ 56 Zhirkov ไปเตะ Ramos ล้มลงไปได้เหลืองเป็นคนแรกของเกม นาทีที่ 57 รัสเซียเปลี่ยนตัวคนที่ 2 เอา Saenko ออกส่ง Sychev ลงมาแทน นาทีที่ 60 Bilyaletdinov ที่เพิ่งลงมาไปสไลด์ Silva ได้เหลืองที่ 2 ของเกมไป นาทีที่ 61 Iniesta แทงบอลหน้ากรอบเขตโทษให้ Fabregas หลุดเข้าไปในกรอบดวลกับ Akinfeev แต่บอลแรงไป ทำให้ออกหลังไปเสียก่อน นาทีที่ 61 Ramos เปิดจากริมเส้นมาให้ Torres ชาร์จออกข้างเสาไป นาทีที่ 63 Ramos โยนจากริมกรอบเขตโทษมาให้ Torres ชาร์จอีกครั้ง โดยย่อตัวเอาเข่าชาร์จบอลแต่ก็โดนไม่ดีเลยออกหลังไป นาทีที่ 64 Marchena ไปทำฟาวล์ Sychev ได้ฟรีคิกระยะ 30 เมตร Zhirkov ยิงไปติดกำแพง นาทีที่ 68 Zhirkov ไปสไลด์ Torres ล้มลงในกรอบเขตโทษ แต่ไม่ได้ฟาวล์ นาทีที่ 69 สเปนเปลี่ยนตัวคนที่ 2 เอา Xavi Hernandez ออกส่ง Xabi Alonso ลงมาแทน และก็เปลี่ยนตัวคนสุดท้ายเอา Torres ที่ยิงไม่ได้เสียทีออกส่ง Guiza ที่นัดที่แล้วโชว์ฟอร์มดีลงมาแทน นาทีที่ 70 Fabregas ยิงไกลลูกพุ่งจะเสียบใต้คาน Akinfeev ปัดข้ามคานไปได้อย่างหวุดหวิด นาทีที่ 70 เตะมุม Fabregas เปิดสั้นมาให้ Alonso สับไกยิงจากมุมกรอบเขตโทษ แต่บอลตรงตัว Akinfeev โดนปัดออกมาได้ นาทีที่ 71 Ramos ได้โหม่งแต่ก็ไม่ตรงกรอบ ออกข้างเสาไป นาทีที่ 73 Silva ทำชิ่งกับ Fabregas หน้ากรอบเขตโทษจะทะลุเข้าไป แต่ Silva โดนกองหลังรัสเซียเบรกไว้ Fabregas แปชิ่งลูกลอยข้ามแนวกองหลังรัสเซียไปตกเข้าเท้า Guiza ที่ไร้ตัวประกบหันหน้าไปทางเสาซ้ายจะสับไกยิง Akinfeev พุ่งตัวไปที่เสาซ้ายแต่ Guiza กลับ ชิพบอลด้วยหลังเท้าเบาๆไปที่เสาขวาตุงตาข่าย สเปนนำห่าง 2 – 0 หลังจากเสียประตูที่ 2 รัสเซียก็ทำเกมบุกอย่างหนักหน่วง แต่ก็ไม่สามารถผ่านกองกลางและกองหลังอันเหนียวแน่นของสเปนไปได้ แต่ก็สามารถกดดันให้สเปนไม่สามารถทำเกมบุกได้พักใหญ่ เวลาผ่านไปจนถึงนาทีที่ 80 รัสเซียก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของสเปนได้ นาทีที่ 82 เกมสวนกลับของสเปน Iniesta แทงทะลุช่องให้ Fabregas หลุดการประกบพาบอลขึ้นไปทางกราบซ้ายจนถึงมุมกรอบเขตโทษแล้วเปิดเลียดตัดเข้าใน V.Berezutski สไลด์จะสกัดแต่ไม่ถึง บอลเลยไปเข้าเท้า Silva ที่กลางกรอบเขตโทษ Zhirkov วิ่งตามาจะสกัดแต่ก็ไม่ทัน Silva จับเข้าเท้าซ้ายแล้วยิงไปเสาซ้าย Akinfeev พุ่งจะรับแต่ก็ไม่ทัน ลูกถากเสาเข้าประตูไป สเปนนำห่าง 3 – 0 ปาฏิหาริย์ของรัสเซียจะหยุดอยู่แค่นี้หรือ สเปนยังคงทำเกมบุกอย่างต่อเนื่องเพื่อจะเอาประตูที่ 4 แม้ว่ารัสเซียจะพยายามทำเกมบุกเท่าใด แต่บอลก็โดนแนวรับอันเหนียวแน่นของสเปนตัดได้ทำให้บอลแทบจะไปไม่ถึง Arshavin และ Pavlyuchenko 2 กองหน้าตัวทำเกมเลย นาทีที่ 88 Ramos ไปทำฟาวล์ Pavlyuchenko ได้ฟรีคิกโยนมา Sychev โหม่งจ่อๆที่เสาซ้าย Casillas ล้มตัวปัดออกมาได้อย่างหวุดหวิด นาทีที่ 90 Guiza จับลูกโยนมาจากนอกกรอบลงแล้วสับไกยิงแต่ Akinfeev วิ่งออกมาบล็อกไว้ได้ ทดเวลาบาดเจ็บ 2 นาที รัสเซียพยายามบุกให้ได้คืนมา 1 ประตู นาทีที่ 90+2 Sychev ได้ยิงเป็นจังหวะสุดท้าย แต่ก็ไม่ตรงกรอบ ความหวังของรัสเซีย หมดสิ้นลงแล้ว จบเกม สเปนเอาชนะรัสเซีย 1 ในทีมม้ามืดของยูโร 2008 ไป 3 – 0 เข้าไปชิงชนะเสิศกับเยอรมันในวันอาทิตย์ที่ 29 นี้
Match Statistics Russia Spain Goals 0 3 Total Shots 8 20 Shots Wide 5 7 Shots on Target 1 11 Blocked Shots 2 2 Fouls Commited 17 14 Yellow Card 2 0 Red Card 0 0 Off Sides 1 4 Corners 3 4 Ball Possestion (%) 48 52
June 26 คู่ที่29 Germany - Turkeyคู่ที่29 Semi-Finals – 25 June 2008 20:45(CET) Germany 3 – 2 Turkey Scorer: Ugur Boral (22’), Schweinsteiger (26’), Klose (79’), Semih Senturk (86’), Lahm (90’) Stadium: St. Jakob-Park, Basel, Switzerland Capacity: 42,500 Temperature: 26° C Humidity: 61% Pitch: Dry Weather: Partly Clody Referee: Massimo Busacca (Switzerland) Assistant Referee: Matthias Arnet, Stéphane Cuhat Forth Official: Peter Fröjdfeldt (Sweden) Line-Up: GERMANY Coach: Joachim Löw (Germany) Players: GK – Jens Lehmann 1 DF – Arne Friedrich 3, Philipp Lahm 16, Per Mertesacker 17, Christoph Metzelder 21 MF – Simon Rolfes 6, Bastian Schweisteiger 7, Michael Ballack (C) 13, Thomas Hitzlsperger 15 FW –Miroslav Klose 11, Lukas Podolski 20 Substitutes: GK – Robert Enke 12, Rene Adler 23 DF – Marcell Jansen 2, Clemens Fritz 4, Heiko Westermann 5 MF –Torsten Frings 8, Piotr Trochowski 14, Tim Borowski 18 FW – Mario Gomez 9, Oliver Neuville 10, David Odonkor 19, Kevin Kuranyi 22 TURKEY Coach: Fatih Terim (Turkey) Players: GK – Rustu Recber (C) 1 DF –Hakan Balta 3, Gokhan Zan 4, Mehmet Topal 6, Sabri Sarioglu 20 MF –Mehmet Aurelio 7, Ugur Boral 16, Kazim Kazim 18, Ayhan Akman 19, Hamit Altintop 22 FW – Semih Senturk 9 Substitutes: GK –Tolga Zengin 12, Volkan Demirel 23 DF – Servet Cetin 2, Emre Gungor 13, Emre Asik 15 MF – Emre Belozoglu 5, Gokdeniz Karadeniz 10, Tumer Metin 11, Arda Turan 14, Tuncay Sanli 17 FW – Nihat Kahveci 8, Mevlut Erdinc 21 รอบรองชนะเลิศคู่แรก เยอรมันที่ตอนต้นการแข่งขันถูกเก็งว่าจะเป็นแชมป์ในการแข่งขันครั้งนี้ แต่ตำแหน่งตกไปเมื่อฮอลแลนด์โชว์ฟอร์มได้สุดยอดและผลงานของเยอรมันก็ไม่โดดเด่น ส่วนตุรกีนั้นก็นับได้ว่าเป็นม้ามืด ผ่านทั้งเชคที่แพ้ไปอย่างหมดรูปและสู้กับโครเอเชียจนถึงจุดโทษและเอาชนะมาได้ ทำให้เกิดการเก็งกันว่าอาจจะไปได้ถึงรอบชิงชนะเลิศและอาจจะเอาชนะเป็นแชมป์เลยก็ได้ เหมือนกับกรีซเมื่อ 4 ปีที่แล้ว นัดนี้ Joachim Löw ได้กลับมานั่งคุมทีมข้างสนามอีกครั้ง หลังจากนัดที่แล้วโดนลงโทษให้ไปนั่งในห้องกระจก VIP โดยส่งผู้เล่นชุดเดียวกับนัดที่แล้วลงมาครบทีม ส่วนทางตุรกีขาดตัวกัปตันทีมอย่าง Nihat ที่เกิดอาการบาดเจ็บก่อนจบเกมที่แล้ว และผู้เล่นหลายคนที่ไม่ฟิต ทำให้รูปการณ์เสียเปรียบเยอรมันเล็กน้อย เริ่มเกม ทั้งสองฝ่ายก็บุกเข้าใส่กันทันที โดยเตรียมทีมมาอย่างดี ทำให้บอลวนเวียนอยู่ที่กลางสนาม ไม่สามารถพาบอลไปถึงหน้าประตูของอีกฝ่ายได้ 5 นาทีผ่านไป ทั้งสองฝ่ายต่างสามารถพาบอลไปที่หน้าประตูของอีกฝ่ายได้แล้ว แต่ก็ได้เพียงแค่ โยนจากริมเส้นไปหน้าประตูและโดนเคลียร์ออกมา ยังไม่มีโอกาสสับไกยิง นาทีที่ 7 Kazim Kazim ยิงไกลจากหน้ากรอบเขตโทษไปกลางประตู แต่ลูกพุ่งเข้าซอง Lehmann นาทีที่ 8 จากการผิดพลาดของ Lahm ทำให้ Altintop ฉกลูกไปสับไกยิง แต่ Lehmann วิ่งออกมาตะครุบไว้ได้แบบหวุดหวิด หลังจากเกือบเสียประตู ทำให้เยอรมันตั้งหลักกันใหม่ ส่งบอลไปมาในเขตแดนตัวเอง แล้วค่อยๆต่อบอลขึ้นไปแต่ก็ยังไม่สามารถทะลุแนวป้องกันของตุรกีไปได้ ส่วนตุรกีก็อาศัยจังหวะสวนกลับเป็นระยะ แต่ก็ยังไม่มีอะไร นาทีที่ 13 Akman ได้บอลก่อนออกเส้นหลังที่ริมเส้นกรอบเขตโทษของเยอรมัน แต่ไม่มีมุมยิง จึงส่งมาให้ Kazim ที่ริมกรอบเขตโทษซัดเต็มข้อ ลูกพุ่งผ่านมือ Lehmann ไปชนคานเสียงสนั่นเด้งออกมาเข้าเท้า Hakan Balta ลากบอลไปถึงสุดเส้นหลังซ้ายแล้วเปิดเลียดมาเสาแรกให้ Semih Senturk เข้ามาชาร์จ ลูกออกข้างเสาไปเพียงนิดเดียว นาทีที่ 17 Ballack ได้โหม่งในกรอบเขตโทษแต่โดนกองหลังตุรกีโหม่งสวนกลับออกมา Ballack เข้าไปซ้ำอีกครั้งก็โดนบล็อกออกไปแบบไม่ตรงกรอบ 20 นาทีผ่านไป ทั้งสองฝ่ายก็ยังเจาะกันไม่เข้า เกมดำเนินอยู่ที่กลางสนามต่อไป นาทีที่ 22 Kazim ล้มตัววอลเลย์ในกรอบเขตโทษ ลูกโค้งไปสามเหลี่ยมเสาไกลแล้วเด้งคาน Lehmann ตกใจแต่ก็วิ่งตามบอลมา ลูกเด้งคานออกมาเข้าเท้า Boral จับแล้วยิงเลียดไม่ดีไปตรงตัว Lehmann แต่ลูกกลับไปชนขา Lehmann ตอนที่จะล้มรับบอลแล้วเด้งไหลลอดขาเข้าประตูไป Lehmann จะหันไปตะครุบแต่ก็สายไปแล้ว ตุรกีขึ้นนำเยอรมัน 1 – 0 นาทีที่ 24 เยอรมันพยายามทวงประตูคืน Hitzlsperger ยิงแต่ก็โดนบล็อก นาทีที่ 25 Senturk ได้ยิงแต่ก็ติดบล็อกเช่นกัน นาทีที่ 26 Podolski ได้บอลที่ริมเส้นซ้ายแล้วลากจี้เข้าหากรอบเขตโทษเปิดไปกลางประตู Schweinsteiger วิ่งเข้ามาจากนอกกรอบเขตโทษ แซงหน้ากองหลังตุรกีที่ยืนรอเคลียร์บอลเข้าไปจิ้มเปลี่ยนทางบอลไปทางเสาไกล Recber ได้แต่ยืนมองลูกเข้าไปตุงตาข่าย เยอรมันตีเสมอทันใด 1 – 1 นาทีที่ 29 Boral เปิดบอลจากริมเส้นมาให้ Senturk โหม่งแต่ก็เข้ามือ Lehmann นาทีที่ 31 ตุรกีได้ฟรีคิก Altintop สับไกไปสามเหลี่ยมเสาขวา Lehmann กระโดดปัดปลายมือข้ามคานออกไปได้อย่างหวุดหวิด นาทีที่ 32 Kazim โหม่งลูกเปิดเตะมุมข้ามคานออกไป นาทีที่ 33 Boral ลากบอลตัดเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วสับไกยิงแต่ไม่ดี ทำให้ลูกไหลช้าๆไปเข้ามือ Lehmann นาทีที่ 34 Podolski หลุดเดี่ยวจากกลางสนามแล้วลากจี้เข้าหากรอบเขตโทษไปสับไกยิง ลูกข้ามคานไปเพียงนิดเดียว นาทีที่ 37 Lahm ไปผลัก Kazim ล้มลงไปริมกรอบเขตโทษ Boral ยิงฟรีคิกยัดไปกลางประตูอย่างแรง แต่ตรงตัว Lehmann ทำให้ทุบออกมาได้อย่างหวุดหวิด นาทีที่ 39 Rolfes วิ่งเข้าไปโหม่งบอลแย่งกับ Akman ทางด้านหลัง ทำให้คิ้วของ Rolfes ไปชนกับ Akman แตกกันทั้งคู่ นาทีที่ 41 Akman ลากบอลทำชิ่งเข้ากรอบไปยิงแต่ก็ติดบล็อก นาทีที่ 41 Sarioglu ลองยิงไกลหน้ากรอบเขตโทษ ลูกข้ามคานไปเพียงนิดเดียว นาทีที่ 44 Altintop ลองยิงไกลระยะ 25 เมตรก็ไม่ตรงกรอบออกหลังไป นาทีที่ 44 Altintop ได้ลากเข้าไปยิงอีกครั้ง แต่ก็โดนบล็อกไว้ นาทีที่ 44 Rolfes ที่ออกไปห้ามเลือดที่ข้างสนามอยู่นานก็กลับเข้ามาเล่นต่อได้ ทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาที ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จบครึ่งแรก เสมอกันอยู่ 1 – 1 คู่ที่29 Continue
ครึ่งหลังเยอรมันเปลี่ยนตัวเอา Rolfes ที่แผลค่อนข้างจะหนักออกไปส่ง Frings ลงมาแทน นาทีที่ 47 Podolski พาบอลไปเกือบถึงเส้นหลังแล้วโดนกดดันทำให้ยิงข้ามคานออกหลังไป นาทีที่ 49 Lahm ไปทำฟาวล์ Altintop ตุรกีได้ฟรีคิกที่ริมเส้นขวา Boral เปิดไปที่เสาไกลแต่ไม่ตรงกรอบและไม่มีคนชาร์จ Lehmann คว้าไว้ได้สบาย นาทีที่ 51 Sarioglu วิ่งตามหลังมากระแทก Lahm ที่กำลังเลี้ยงบอลอยู่ที่เส้นกรอบเขตโทษตุรกีเต็มๆล้มลงไปนอน แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ฟาวล์ นาทีที่ 53 Senturk ไปเสียบ Frings ล้มลงไปได้ใบเหลืองแรกของเกม นาทีที่ 55 Hitzlsperger ยิงไกลจากหัวกะโหลกกรอบเขตโทษข้ามคานไปเพียงนิดเดียว นาทีที่ 56 Senturk ไปสไลด์ตัด Metzelder ล้มลงไปแต่ก็ไม่ได้ฟาวล์ นาทีที่ 57 Altintop ไปสไลด์ Ballack หน้ากรอบเขตโทษล้มไปลงได้ฟาวล์ Ballack ลุกขึ้นมายิงเองก็ติดบล็อกกำแพง สัญญาณการถ่ายทอดสดขาดหายไป นาทีที่ 59 ตุรกีได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษแต่ Altintop ก็ยิงไม่ตรงกรอบ นาทีที่ 62 Sarioglu ยิงแต่ก็ไม่ตรงกรอบ Lehmann รับไว้ได้สบาย สัญญาณการถ่ายทอดสดกลับมานาทีที่ 66 เยอรมันบุกกดดันตุรกีอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังหาโอกาสในการทำประตูไม่ได้ เกมวนเวียนอยู่กลางสนามต่อไป นาทีที่ 70 Lahm ไปดึง Kazim ล้มลงในกรอบเขตโทษบ้าง แต่ผู้ตัดสินก็ไม่ได้ให้ฟาวล์อีกเช่นเคย นาทีที่ 73 Boral ยิงจากข้างกรอบเขตโทษแต่ก็เข้ามือ Lehmann นาทีที่ 73 Hitzlsperger ยิงไกลจากหน้าหัวกะโหลกกรอบเขตโทษแต่โดน Altintop วิ่งมากระแทกตอนยิงทำให้ลูกพุ่งออกข้างเสาไปเพียงนิดเดียว สัญญาณดาวเทียมมีปัญหาขัดข้อง นาทีที่ 77 Klose จับบอลลงในกรอบเขตโทษแล้วสับไกยิงแต่ก็ข้ามคานออกไป นาทีที่ 79 Lahm โยนบอลจากกราบซ้ายไปหน้าประตู Recber วิ่งออกมาเพื่อจะทุบบอลแต่ Klose วิ่งมาโหม่งตัดหน้าเข้าไปตุงตาข่ายแบบโล่งๆ เยอรมันขึ้นนำ 2 – 1 หลังจากเสียประตู ตุรกีก็บุกใส่เยอรมันอย่างหนักหน่วงเพื่อจะเอาประตูคืน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นาทีที่ 81 ตุรกีเปลี่ยนตัวคนแรกเอากองกลาง Akman ออกส่งกองหน้า Erdinc ลงมาแทน นาทีที่ 84 แค่ 3 นาที ตุรกีก็เปลี่ยนตัวคนที่ 2 เอา Boral ที่มีบทบาทกับเกมค่อนข้างมากออกส่ง Karadeniz ลงมาแทน นาทีที่ 86 Sarioglu กระชากบอลหนี Lahm ไปสุดเส้นหลังหักเข้าในแล้วเปิดเลียดมาเสาแรกให้ Senturk วิ่งเข้ามาตัดหน้าแปมุมแคบสวน Lahmann ที่ออกมาปิดมุมเข้าไปตุงตาข่าย ตุรกีไล่ตามมาเป็น 2 – 2 ทันควัน สัญญาณดาวเทียมกลับคืนมา นาทีที่ 89 Senturk ได้ยิงไกลแต่ก็ไม่ตรงกรอบตามระเบียบ สัญญาณขัดข้องไปอีกรอบ นาทีที่ 90 Lahm ทำชิ่งกับ Hitzlsperger ทะลุเข้าไปในเขตโทษยิงด้วยเท้าขวามุมแคบสวนทาง Recber ที่วิ่งออกมาปิดมุมถากเสาเข้าไปตุงตาข่าย เยอรมันออกนำ 3 – 2 ขณะที่เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที ปาฏิหาริย์ของตุรกีจะเกิดขึ้นอีกเหมือนในนัดที่เจอกับโครเอเชียหรือไม่ นาทีที่ 90+2 ตุรกีเปลี่ยนตัวคนสุดท้ายเอา Kazim Kazim ออกส่ง Metin ลงมาแทน ส่วนทางเยอรมันก็เปลี่ยนตัวคนที่ 2 เอา Klose ออกส่ง Jansen ลงมาอุดแนวรับแทน นาทีที่ 90+3 Ballack ไปทำฟาวล์ Metin ตุรกีได้ฟรีคิกช่วงท้ายเกมระยะหวังผล พวกเขาจะทำได้หรือไม่ นาทีที่ 90+4 Metin ลูกขึ้นมายิงฟรีคิกโค้งเข้าหาประตูแต่ก็สูงเกินข้ามคานออกไป นาทีที่ 90+4 Sarioglu ได้ใบเหลืองปิดท้ายเกมไปอีกคน จบเกม เยอรมันเอาชนะตุรกีไป 3 – 2 ดับฝันการเป็นม้ามืดเข้าไปชิงตกรอบไป สัญญาณภาพกลับมาเมื่อจบเกม -*- Match Statistics Germany Turkey Goals 3 2 Total Shots 9 20 Shots Wide 4 6 Shots on Target 3 11 Blocked Shots 2 3 Fouls Commited 14 15 Yellow Card 0 2 Red Card 0 0 Off Sides 0 1 Corners 2 8 Ball Possestion (%) 46 54
|
|
|||
|
|